บทความ หจก. ไซด์ไลน์ วิศวกรรม (2002)

การเลือกซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

          หจก.ไซด์ไลน์ วิศวกรรม (2002) Ltd.,Part. เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้ารวมทั้งเครื่องมือไฟฟ้า เช่น เครื่องปั่นไฟ, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า, และตู้MDb เป็นต้น ฉะนั้นการเลือกใช้เครื่องปั่นไฟสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เครื่องกำเนิดไฟฟ้าก็คือเครื่องสร้างกระแสไฟฟ้าเพื่อเพิ่มแรงดันไฟฟ้า ประกอบด้วย 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ใช้สร้างสนามแม่เหล็กหรือ “ฟิลด์” และอีกส่วนสำหรับสร้างแรงดันไฟฟ้าเรียกว่า “อาเมเจอร์”

ซึ่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หากเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงจะสามารถเพิ่มแรงดันไฟฟ้าขึ้นโดยการปรับค่าความเข้มของสนามแม่เหล็กและเพิ่มความเร็วของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แต่เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับจะทำงานโดยการปรับความเข้มของสนามแม่เหล็กแต่ไม่สามารถเพิ่มความเร็วได้เหมือนเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง เพื่อให้สามารถเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ที่สามารถใช้งานได้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ตรงตามคุณลักษณะของการใช้งานจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะถ้าหากเลือกใช้ไม่ถูกต้องกับความต้องการในการทำงานของไฟฟ้าและเครื่องปั่นไฟอาจไม่ตามเป้าประสงค์ของการใช้งานได้

           สิ่งสำคัญที่เราควรรู้ก่อนการเลือกซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าก็คืองบประมาณเพราะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด รวมทั้งประเภทของการใช้งาน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ดีจึงจำเป็นต้องเลือกใช้ให้ถูกกับลักษณะของการทำงาน หากนับตามชนิดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะมีทั้งหมด 3 ชนิดด้วยกันคือ

1. เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Standby Generator Type) ใช้เป็นไฟสำรองเมื่อเกิดไฟฟ้าขัดข้อง ใช้ในกรณีฉุกเฉินในเวลาที่ไฟฟ้าดับเท่านั้น ทำให้ต้องเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีความพร้อมในการใช้งานอยู่ตลอดเวลา พร้อมจ่ายไฟได้อย่างเพียงพอเมื่อเกิดการขัดข้องทางไฟฟ้าและตอบสนองอย่างรวดเร็ว มักใช้ในอาคารสูง โรงงานอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงานอยู่ตลอดเวลา จำเป็นต้องมีตัวตรวจจับไฟฟ้าที่เที่ยงตรงและแม่นยำตามหลัก (AMF) บวกกับตัวสลับการจ่ายกระแสไฟฟ้า (ATS)

2. เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองต่อเนื่อง (Continuous Generator Type) ใช้เป็นกำลังสำรองที่สามารถใช้ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ต้องเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีกำลังมากพอต่อการจ่ายไฟได้อย่างยาวนานกว่า เหมาะกับในสถานที่ที่มักมีไฟฟ้าดับเป็นเวลานานๆ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดนี้นั้นราคาอาจจะสูงกว่าแต่ประสิทธิภาพการทำงานก็จะสูงตามไปด้วย เนื่องจากต้องออกแบบชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีกำลังขับเคลื่อนกำลังไฟสูง เป็นการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากึ่งการใช้งานหนักจึงต้องมีความคงทนสูงตามไปด้วย

3. เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากำลังหลัก (Base load Generator) ต้องเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง คือต้องมีกำลังไฟฟ้าคิดเป็น 70% ของเครื่อง Standby 60% ของเครื่อง Continuous Type ทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดนี้ต้องได้รับการออกแบบอย่างถูกต้อง เพื่อให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำงานได้ตลอดเวลา เช่น ตามเกาะ หรือในสถานที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เพื่อให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำงานได้อย่างเต็มกำลังโดยไม่ขาดตกบกพร่อง แต่อย่างไรก็ตามอาจต้องมีไว้สัก 2 เครื่องเพื่อใช้สลับกันในเวลาที่จำเป็นต้องบำรุงรักษา

ซึ่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้านี้มีให้เลือกใช้งานอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน ซึ่งจะแตกต่างจากชนิดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าข้างต้นเพราะการเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตามลักษณะดั่งต่อไปนี้จะแยกการใช้งานไปตามสถานที่ต่างๆ แตกต่างกันไป นั่นคือ

1. เครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดเปลือยอยู่กับที่ (Bare Generator Type) คือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดพื้นฐาน มีน้ำหนักมากและขนาดใหญ่ที่สุด ข้อเสียคือมีเสียงดังมากทำให้ในบางสถานที่จำเป็นต้องมีห้องเก็บเสียง ต้องได้รับการออกแบบและติดตั้งอย่างดีเพื่อให้เหมาะกับสถานที่นั้นๆ ที่ต้องการจะติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

2. เครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดตู้ครอบเก็บเสียง (Canopied and Sound Proof) จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้ให้อย่างดี ซึ่งส่วนประกอบของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดนี้จำเป็นจะต้องอยู่ในตู้ที่ครอบเอาไว้อย่างมิดชิดเก็บกักเสียงเอาไว้เป็นอย่างดีอีกด้วย

3. เครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดเคลื่อนย้าย (Mobile Gen and Trailer) เป็นเครื่องกำเนิดไฟ้ฟ้าขนาดย่อมที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายจึงเหมาะแก่การใช้ในงานพิธีการต่างๆ เช่น ในงานเทศกาล หรือถ้าต้องการจะจัดกิจกรรมนอกสถานที่ที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าแรงสูงก็สามารถใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดนี้ได้

โดยรวมแล้วเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป จึงควรที่จะศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนการตัดสินใจติดตั้งในแต่ละครั้ง ซึ่งสิ่งที่ควรจะทำเป็นอันดับต่อมาหลังจากศึกษาข้อมูลมาอย่างเรียบร้อยแล้วนั้นก็คือ การปรึกษากับช่างผู้เชี่ยวชาญหรือวิศวกรด้านระบบไฟฟ้าที่พร้อมจะให้คำปรึกษากับคุณในการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ถ้าใครที่ต้องการจะติดตั้งเครื่องปั่นไฟที่ว่านี้สามารถโทรมาปรึกษากับ หจก.ไซด์ไลน์ วิศวกรรม (2002) ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ไฟฟ้า ได้ที่เบอร์ 086-309-8714 หรือทางเว็บไซต์ www.sideline2002.com

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกซื้อ “เครื่องปั่นไฟ” และ “ตู้MDb”

เครื่องปั่นไฟ (Generator) หรือ "ไดปั่นไฟ" มีไว้สำหรับแปลงพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า หลักการทำงาน คือ กระแสไฟฟ้าจะออกมาเมื่อสนามแม่เหล็กเคลื่อนที่ตัดขดลวด หรือขดลวดเคลื่อนที่ตัดสนามแม่เหล็ก เครื่องปั่นไฟจะมี 2 ส่วน คือ 1. ตัวต้นกำลัง ใช้สำหรับฉุดให้ไดปั่นไฟทำงาน ได้แก่ เครื่องยนต์ กังหันลม กังหันน้ำ โซล่าเซลล์ เป็นต้น

2. ไดปั่นไฟ หรือ ไดนาโม ใช้หมุนให้เครื่องยนต์มีความเร็วรอบเพียงพอต่อการผลิตกระแสไฟฟ้า

           การเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟจะขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน ส่วนเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นเรื่องแรกก็คือเรื่องของงบประมาณ ประเภทของการใช้งาน รวมทั้งลักษณะของสถานที่ที่จะใช้เครื่องปั่นไฟชนิดนั้น เช่น ถ้าต้องการใช้เพื่อสำรองไฟฟ้าในเวลาที่ไฟดับ หรือใช้ในระยะเวลาที่ไม่นานมากนัก เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามต้องดูด้วยว่าบริเวณนั้นไฟฟ้าดับกี่ครั้งต่อปี หรือถ้าเป็นการสำรองไฟฟ้าในระยะเวลาที่ยาวนานกว่านั้นเครื่องปั่นไฟชนิดนั้นก็ต้องพิจารณาเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน รวมทั้งจำนวนและประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะใช้กับเครื่องปั่นไฟชนิดนั้นก็สำคัญ เพราะจะต้องนำไปเชื่อมโยงกับค่าพลังงานที่ต้องการจะใช้กับเครื่องปั่นไฟ

           สำหรับผู้ที่ไม่เคยซื้อเครื่องปั่นไฟจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าเครื่องปั่นไฟคืออะไร เครื่องปั่นไฟฟ้าหรือเครื่องปั่นไฟ ประกอบด้วยเครื่องยนต์ (Engine) ไดร์ปั่นไฟ (Alternator) ชุดควบคุม (Controller) ซึ่งเครื่องปั่นไฟจะแบ่งตามการใช้เชื้อเพลิงได้ 2 ชนิด คือ เบนซิน และ ดีเซล มีหน่วยวัดเป็น VA (โวลต์แอม) V (โวลต์หรือความต่างศักดิ์) ตัวอย่างการเลือกเครื่องปั่นไฟสำหรับมอเตอร์ ถ้าเป็นมอเตอร์ขนาด 5 แรงม้า 3 เฟส 2 ตัว จะคำนวณเบื้องต้นได้โดย 5(แรงม้า)x0.746(1แรงม้า=0.746kW)x2(จำนวนมอเตอร์)=7.46kW การใช้เครื่องปั่นไฟกับมอเตอร์จะเหมือนกับขดลวดสองขดมาต่อกัน เพื่อทำให้มีกระแสไฟฟ้าเพียงพอเวลามอเตอร์เริ่มทำงาน ส่วนการบอกกำลังเครื่องปั่นไฟจะใช้หลัก Standby Ratings 1. Stanby Rating (110%) เครื่องปั่นไฟ 3 ชม.แรก 2. Prime Ratings (100%) เมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่งจะเหลือค่าเท่านี้ทำให้ประสิทธิภาพเครื่องยนต์เข้าสู่ภาวะปกติ 3. Continuous Ratings (80%) หากเปิดต่อเนื่องกันเกิน 750 ชม. ต่อปี ความร้อนจะสะสมทำให้ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ลดลงได้ จึงควรเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟที่คุณภาพดีกว่า เพื่อให้เครื่องปั่นไฟมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด

           ส่วนเรื่องของตู้MDB (Main distribution board) คือตู้สำหรับควบคุมไฟฟ้าหลักเพื่อตัดต่อวงจรไฟฟ้าของอาคาร มีแผงจ่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ นิยมใช้ในอาคารขนาดกลางและขนาดใหญ่ หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟในปริมาณมาก หลักการทำงานของตู้MDB คือจะรับไฟที่ส่งมาจากการไฟฟ้า หรือ ต้านแรงดันต่ำของหม้อแปลงไฟฟ้าแล้วจ่ายไฟไปยังส่วนต่างๆ ของอาคาร ตู้MDBจะมีขนาดใหญ่จึงไม่นิยมติดตั้งในตำแหน่งที่อยู่เหนือพื้นขึ้นไป ฉะนั้นการพิจารณาเลือกตู้MDBจึงเป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณาเป็นพิเศษเพราะมีขนาดใหญ่กว่ามากกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและเครื่องปั่นไฟ และตู้MDBนี้ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้เหมือนกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดอื่นๆ  จึงต้องพิจารณาถึงสถานที่ที่จะติดตั้งตู้MDB หากอยู่กลางแจ้งต้องเป็นตู้MDBที่สามารถกันน้ำได้โดยสังเกตจากค่า IP รวมทั้งเรื่องของขนาดของตู้MDB ต้องพิจารณาจากแผงวงจรและขนาดของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่นำมาติดตั้ง รวมทั้งคุณสมบัติภายนอกของตู้MDB เช่น ความร้อน การกัดกร่อน โดยดูจากข้อมูลของตู้MDB เป็นต้น

เครื่องปั่นไฟ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า มีความสำคัญกับมนุษย์อย่างไร

       ถ้าจะพูดไปแล้วในสังคมปัจจุบัน เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องปั่นไฟ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า มีความสำคัญกับมนุษย์เรามากมายขนาดไหน นับตั้งแต่การเกิด การใช้ชีวิตในแต่ละวัน การเจ็บ การแก่ หรือแม้กระทั้งการตาย ไฟฟ้าก็มีความสำคัญและความเกี่ยวข้องกับเราทุกช่วงอายุ ยิ่งในสังคมปัจจุบันที่เป็นยุคแห่งสังคมยุคดิจิตอลแล้ว เรายิ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ไฟฟ้าสำคัญกับเรามากมายขนาดไหน เอาง่ายๆ สังคมสมัยนี้แค่แบตโทรศัพท์มือถือหมด ก็ทำให้เกิดปัญหาในการดำรงชีวิตแล้ว แล้วยิ่งในวงการการแพทย์ ตามโรงพยาบาลต่างๆ การที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้องแบบฉุกเฉิน  แค่เสี้ยววินาที นั้นก็อาจหมายถึง ความเป็นความตายแล้ว    

       จากเหตุการณ์และสภาพแวดล้อมเหล่านี้ มนุษย์เราจึงได้ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือ และอุปกรณ์ชนิดหนึ่งขึ้นมา อุปกรณ์ชนิดนี้  สามารถนำมาใช้งานได้ในยามที่เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับฉุกเฉิน หรือในยามที่ต้องการใช้ไฟฟ้าในเขตพื้นที่ที่จำกัด เช่น พื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญ ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง อุปกรณ์ที่เรากล่าวข้างต้น นั่นก็คือ เครื่องปั่นไฟ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

      หลักการทำงานของเครื่องปั่นไฟที่เรากล่าวไว้ข้างต้น หลักการทำงานไม่ยุ่งยากและซับซ้อน การทำงานของตัวเครื่อง จะทำงานโดยการเปลี่ยนพลังงานกล ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยใช้หลักการง่ายๆ นั่นก็คือ หลักในการหมุนตัวของขดลวด ให้ตัดกับสนามแม่เหล็ก แล้วหลังจากนั้นก็จะถ่ายเทพลังงานออกมาในรูปแบบของกระแสไฟฟ้า

       คุณสมบัติและลักษณะเด่นของตัวเครื่องเครื่องปั่นไฟ

       ในปัจจุบันหลักการประดิษฐ์ จะเน้นให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานมากที่สุด จึงมีบริษัทชั้นนำมากมายของไทย ประดิษฐ์และคิดค้นรูปแบบของเครื่องปั่นไฟออกมาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งแต่ละบริษัทก็จะเน้นรูปทรงและรูปร่าง การใช้งานที่เป็นเอกลักษณ์เด่นของแต่ละบริษัท เพื่อให้เป็นที่ดึงดูดใจของลูกค้า เราจะเห็นได้ว่า คนยุคนี้สมัยนี้มักจะให้ความสำคัญแก่เทคโนโลยีมาเป็นอันดับหนึ่ง เน้นความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูง มันเลยทำให้คนสมัยนี้ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยการพึ่งเทคโนโลยีมาเป็นอันดับหนึ่ง จากบทความข้างต้น  ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว บางพื้นที่ ไม่มีไฟฟ้าหรือเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกใดๆเลย แต่มันก็เป็นเรื่องปกติ ทุกๆคนในพื้นที่ก็สามารถดำรงชีวิตและสามารถปรับตัวให้อยู่ในสภาพแวดล้อมเหล่านั้นได้ มนุษย์เราจะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม และความเป็นอยู่แบบนั้นได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป อะไรต่อมิอะไรก็เปลี่ยนไป เมื่อมีเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกเกิดขึ้นมากมาย เทคโนโลยีบางอย่างทำหน้าที่แทนมนุษย์เลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น เราจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หากโลกของเราไม่มีไฟฟ้า แล้วเราจะอยู่ได้ยังไง

การดูแลรักษาเครื่องปั่นไฟ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ตู้MDB

            เครื่องปั่นไฟ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และตู้MDBนั้นถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญชนิดหนึ่งภายในงานอุตสาหกรรม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การดูแลรักษาเครื่องปั่นไฟ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และตู้MDBนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่ง เพื่อยืดอายุการใช้งานและสร้างความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งจะมีหลักสำคัญดังนี้

  • ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องปั่นไฟ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และตู้MDB จากคู่มืออย่างละเอียดเพื่อให้ได้การทำงานที่มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่
  • เลือกใช้เชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นให้เหมาะสมกับเครื่องปั่นไฟ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และตู้MDB เนื่องจากเครื่องปั่นไฟ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และตู้MDBจะใช้เชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นนั้นที่แตกต่างกัน
  • ตรวจสอบระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ท่อยาง สายพานเครื่อง ว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานหรือไม่
  • ตรวจสอบระบบระบายอากาศของเครื่องปั่นไฟ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และตู้MDB ว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่
  • ตรวจสอบอุณหภูมิความร้อนของเครื่องปั่นไฟ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และตู้MDB ว่าอยู่ในระดับปกติหรือไม่ หากผิดปกติต้องรีบปิดเครื่องและแก้ไขโดยทันที

การใช้งานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเครื่องปั่นไฟให้ถูกวิธี

            เครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเครื่องปั่นไฟนั้นมีหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในงานต่างๆ ซึ่งการใช้งานแต่ละอย่างนั้นจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าต้องการนำไปใช้งานในด้านใด ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานตามโรงงานอุตสาหกรรม ตามบ้านเรือนต่างๆ โดยการใช้งานแต่ละอย่างนั้นก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับชนิดของงาน ซึ่งจะมีหลักสำคัญในเลือกใช้งานดังนี้

  • ควรเลือกใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเครื่องปั่นไฟให้เหมาะสมกับขนาดของงานและขนาดของค่าไฟฟ้าอย่างเช่น หากนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเครื่องปั่นไฟขนาดเล็กที่สร้างกระแสไฟฟ้าได้ไม่มากพอไปใช้ในโรงงาน ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาในภายหลังได้ หรือหากนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่ไปใช้งานกับเครื่องสูบน้ำ ก็จะทำให้สิ้นเปลืองโดยเกินความจำเป็น
  • ก่อนใช้งานควรอ่านและศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นการใช้งานและการดูแลบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเครื่องปั่นไฟ
  • พยายามอย่าปรับเปลี่ยนรอบของเครื่องยนต์ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเครื่องปั่นไฟ เพราะเป็นค่ามาตรฐานตามที่โรงงานได้ตั้งมาไว้แล้ว
  • อย่าใช้งานต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน เพื่อป้องกันการสึกหรอกและเสียหายก่อนเวลาอันควร

            

เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator)

            มีจุดประสงค์ในการนำมาใช้งานเยอะแยะมากมายอย่างอาทิเช่น เป็นเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าสำรองไว้ในกรณีที่กระแสไฟไม่เพียงพอหรือว่าไฟฟ้าดับฉุกเฉินนั้นเองเพื่อยังให้หน่วยงานต่างๆของทางบริษัทยังมีกระแสไฟฟ้าใช้งานต่อได้อย่างต่อเนื่องในขณะที่ไฟฟ้าดับนั้นเอง หลักการทำงานที่สำคัญของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ก็คือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) เป็นเครื่องกลอย่างหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานกลให้เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยที่อาศัยการหมุนของขดลวดตัดสนามแม่เหล็กหรือการหมุนของสนามแม่เหล็กตัดขดลวดนั้นเอง ต่อมาคือขั้นตอนการใช้งานที่ถูกต้อง ก่อนใช้งานที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ควรทำความคุ้นเคยกับการทำงานก่อนโดยศึกษาหาข้อมูลอย่างถ้วนถี่ก่อนโดยการที่หาหนังสือหรือคู่มือที่เกี่ยวข้องกับเครื่องปั่นไฟมาศึกษาให้เข้าใจก่อนเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดไฟ (Generator) มีความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำมันหล่อลื่นของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) และน้ำมันเชื้อเพลิง

            ที่สำคัญก็ควรที่จะศึกษาหาข้อมูลก่อนทุกครั้งก่อนที่จะลงมือทำอะไรเช่นเดียวกันกับเรื่องของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) เราก็ควรหาข้อมูลเป็นอย่างดีก่อน เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ก็ต้องมีขั้นตอนการบำรุงรักษาอย่างถูกต้องและถูกวิธีจากช่างผู้มีฝีมือในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) อย่างดี ข้อควรระวังในการใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ก็ต้องศึกษาหาข้อมูลด้วยก่อนจะใช้งานเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ในทุกกรณี เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) มีอยู่ 2 ชนิด คือ 1.เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง(DC Generator) 2.เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Generator) เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) จากแหล่งที่มาของพลังงานกลแล้วอาจจะเป็นเครื่องสูบหรือเครื่องยนต์กังหันไอน้ำ แรงน้ำที่ตกผ่านกังหันน้ำ กังหันลม อากาศอัด ข้อเหวี่ยงหมายในหรือแห่งพลังงานกลประเภทอื่นๆ

            โดยจะอาศัยหลักการในการทำงานเริ่มต้นจากการเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ทางสนามแม่เหล็กผ่านขดลวดหรือขดลวดเคลื่อนที่ผ่านสนามแม่เหล็กทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้าออกมาแรงดันจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญ 2 อย่างคือความเร็วโดยรอบและเส้นแรงแม่เหล็กโดยมอเตอร์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ลักษณะที่จะมีอะไรที่คล้ายคลึงกันอย่างมากนั้นอาจจะเป็นเพราะมอเตอร์หลายตัวก็สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เช่นกัน การเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ให้ถูกต้องและเหมาะสมเป็นหน้าที่ที่เราพร้อมจะดูแลด้วยประสบการณ์นั้นต้องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญงานทางด้านนี้โดยเฉพาะเพื่อไม่ให้มีเรื่องอะไรเสียหายเกิดกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ความสำคัญแล้วในการผลิตไฟฟ้าเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของคุณในหลากหลายแบบและคุณภาพ ทั้งโรงงานและบริษัทยังไงก็ต้องมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ไว้ด้วยกันทั้งนั้น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) มีหลากหลายขนาดมีทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ให้ผู้คนได้เลือกใช้กันตามความเหมาะสมและความต้องการ ของแต่ละบุคคล เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ที่ให้ประสิทธิภาพที่ดีและสูงสุดก็คือเครื่องที่มีขนาดเล็กและขนาดที่ปานกลางเพราะเป็นเหมือนแหล่งพลังงานสำรอง                                                                                                                                                                                                  

เครื่องปั่นไฟกับยุคปัจจุบัน

          ปัจจุบันนี้มีการใช้ไฟฟ้ากันเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องมีเครื่องช่วยผลิตไฟฟ้าและหรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำให้การใช้ไฟฟ้าใช้ได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน ด้วยในประเทศไทยของเราได้มีการใช้ไฟฟ้าอยู่ทุกวันและเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง การใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ๆ โดยไม่มีการผลิตไฟฟ้าเพิ่มหรือไฟฟ้าเริ่มลดน้อยลงก็จะทำให้ไฟฟ้าที่ใช้นั้นหมดไป จึงเกิดการคิดค้นและหาวิธีการในการผลิตไฟฟ้าโดยนำเครื่องปั่นไฟที่เป็นพลังงานกลแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งอาศัยหลักการทำงานหมุนของขดลวดสนามแม่เหล็กที่เป็นส่วนประกอบหลักในการทำงาน ลักษณะของเครื่องปั่นไฟแบ่งได้  2 ประเภท  เช่นไฟฟ้ากระแสสลับ ไฟฟ้ากระแสตรง จึงสามารถเลือกใช้งานตามความต้องการของท่านได้ ยังสามารถผลิตไฟฟ้าได้จำนวนมากเพื่อกักเก็บเป็นไฟฟ้าสำรองในการทำงานครั้งต่อไปหรือเกิดเหตุฉุกเฉินที่จำเป็น ก็นำเครื่องปั่นไฟมาใช้ได้ทันทีทำให้การทำงานทุกขั้นตอนมีประสิทธิภาพและไม่เสียหาย

          และด้วยเครื่องปั่นไฟมีความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยการใช้งานที่สามารถใช้ได้กับทุกหน่วยงาน อาทิ ด้านในโรงงานอุตสาหกรรมทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กที่มีการผลิตสินค้าจำนวนมาก ๆ จึงถือว่าเป็นตัวสำคัญในการทำงานองค์การโทรศัพท์ที่มีการติดต่อสื่อสารอยู่ตลอดเวลา การทำการเกษตรขนาดใหญ่ก็ถือว่าจำเป็นต้องใช้น้ำใช้ไฟเพื่อได้ผลผลิตทางเกษตรตามความต้องการและองค์กรหน่วยงานก็เลือกที่จะใช้กันอย่างมากขึ้นในปัจจุบันนี้ ยิ่งเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลขาดแคลนในเรื่องไฟฟ้า บริเวณที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงก็มีเครื่องปั่นไฟที่สามารถช่วยเหลือในการดำรงชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น เครื่องปั่นไฟจึงเปรียบเสมือนสิ่งที่ต่อชีวิต เพื่อให้การใช้ชีวิตทุกวันสะดวกสบายทำให้ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายและด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน ทำให้มีการผลิต ออกแบบ เครื่องปั่นไฟที่มีความหลากหลายและเหมาะแก่การใช้งานทุกภาคส่วน อาทิ เครื่องปั่นไฟขนาดเล็กสามารถใช้งานสำหรับภายในบ้านหรือออฟฟิศเล็กๆ ส่วนเครื่องปั่นไฟขนาดกลางและขนาดใหญ่สามารถใช้งานด้านอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ ทั้งนี้เครื่องปั่นไฟจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่แต่การทำงานไม่ต่างกันเลย  

          ถึงแม้เครื่องปั่นไฟจะมีระยะเวลานานในการใช้งานแต่การดูแลรักษาถือเป็นเรื่องหลักสำคัญและการบำรุงรักษาก็ควรที่จะเคร่งครัดในเรื่องความสะอาดและมั่นตรวจเช็คตัวเครื่องอย่างสม่ำเสมอ อาทิ ตรวจเช็คความตึงของสายพาน  ตรวจเช็คระดับน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ ตรวจเช็คการรั่วซึมของน้ำหรือน้ำมันและอื่นๆ เพื่อการใช้งานที่ยาวนาน ทั้งหมดนี้เพื่อให้ลูกค้าได้รับความรู้และ ประโยชน์ในการทำงานของเครื่องปั่นไฟเพิ่มมากขึ้น การันตีทั้งด้วยคุณภาพและได้มาตรฐาน แข็งแรง ทนทาน และการใช้งานที่ยาวนาน และตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างทั่วถึง

 

 

ตู้สวิทช์บอร์ดหรือตู้MDB

            ตู้สวิทช์บอร์ดหรือตู้MDBมีหน้าทำควบคุมกระแสไฟฟ้าทั้งหมด และทำการตัดต่อวงจรไฟฟ้าโดยจะมี MAIN CIRCUIT BREAKER เป็นตัวกำหนด ซึ่งหลักการทำงานของตู้สวิทช์บอร์ดหรือตู้MDBนั้นจะทำหน้าที่รับกระแสไฟฟ้าแล้วจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังส่วนต่างๆที่ต้องการใช้งานกระแสไฟฟ้า แต่โดยทั่วไปนั้นจะนิยมใช้ภายในโรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่กระทั่งตามอาคารที่มีขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้กระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมากๆ โดยตู้สวิทช์บอร์ดหรือตู้MDBนั้นจะมีหลากหลายขนาดให้เลือกใช้ตามความต้องการ

หลักการเลือกใช้งานตู้สวิทช์บอร์ดหรือตู้MDB

  • ควรจัดเตรียมสถานที่ให้เหมาะสมและเลือกชนิดของตู้ให้เหมาะกับสถานที่หากมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งที่กลางแจ้งก็ควรจะเลือกตู้สวิทช์บอร์ดหรือตู้MDBที่สามารถทนแดดและกันฝนได้
  • การเลือกขนาดของตู้สวิทช์บอร์ดหรือตู้MDBนั้นก็มีความสำคัญอย่ามาก ควรพิจารณาขนาดของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้อยู่ ว่าต้องการใช้ปริมาณกระแสไฟฟ้าเพียงใด
  • ควรศึกษาคู่มือในการใช้งานให้อย่างละเอียด เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปราศจากข้อผิดพลาด